Skip to Content

โรคความดันโลหิตสูงสืบเนื่องจากโรคแอคครอเมการี

หลังจากบทความที่แล้ว ทีมงาน SBOBET ได้เสนอเรื่องกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบไปแล้ววันนี้จะมาเสนอเรื่องโรคความดันโลหิตสูงสืบเนื่องจากโรคแอคครอเมการี

ลักษณะของโรค

เมื่อเป็นโรคแอคครอเมการี ส่วนที่สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงเด่นชัดที่สุด คือ ใบหน้า เมื่อเปรียบเทียบใบหน้าปัจจุบันและในอดีตจะเห็นได้ว่า
ผู้ป่วยจะมีหน้าที่ใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิมอย่างชัดเจน ทั้งนี้สามารถสังเกตได้ 4 จุดด้วยกัน คือ ริมฝีปากมีลักษณะอวบอิ่มขึ้น จมูกมีขนาดใหญ่ขึ้นโดยขยายไปทาง
ด้านข้าง คิ้วจะห่างกันมากขึ้น เนื่องจากกระดูกหน้าผากขยายกว้างออกไป ซี่ฟันจะยื่นมามากกว่าเดิม ทำให้ฟันห่าง ขบฟันไม่สนิท
โรคแอคครอเมการี คือโรคชนิดหนึ่งที่ร่างกายตอบสนองต่อโกรท ฮอร์โมนที่สูงผิดปกติ หรือฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต ซึ่งธรรมดา
ฮร์โมนตัวนี้มีทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก เพียงแต่เด็กมีมากว่า โกรท คือฮอร์โมนที่สร้างมาจากต่อมใต้สมอง ซึ่งการที่ต่อมใต้สมองจะสร้างฮอร์โมนผิดปกติขึ้นมาได้
แสดงว่ามีการขยายตัวของต่อม เช่น มีเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง จึงสร้างฮอร์โมนหลายๆชนิด ก็จะทำให้การหลั่งโกรท ฮอร์โมนเยอะขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อทั้งหมดใน
ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลพตัว แขน ขา หรือแม้แต่เนื้อเยื่อภายใน คือกล้ามเนื้อหัวใจ หลอดเลือดจะหนาตัวขึ้น แต่อวัยวะที่ควรระวังต่อการ
ขยายขนาดมากที่สุดคือ การขยายของหลอดเลือด เพราะเมื่อผนังหลอดเลือดขยายตัวใหญ่ขึ้น จะทำให้ยากต่อการไหลเวียนของเลือด จึงทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
เพราะร่างกายจะพยายามเพิ่มความดันเพื่อให้เลือดผ่านท่อเล็กๆนี้ไปได้ เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีดารพัฒนาไปอย่างช้าๆจึงยากแก่การสังเกตเห็นคาวม
เปลี่ยนแปลงได้เองหรือแม้แต่คนรอบข้าง อีกอาการหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ การกรน เนื่องจากฮอร์โมนเจริญเติบโตที่หลั่งออกมามีมากผิดปกติ ส่งผลให้ลิ้นมีขนาด
บวมใหญ่ขึ้น เวลานอน ลิ้นจะเข้าไปอุดทางเดินหายใจ
ที่สำคัญคือ ความเปลี่ยนแปลงที่แสดงออกมาทางร่ายกายนั้นจะค่อยๆอสดงออกมา เริ่มจากโครงสร้างของใบหน้าเสียรูปหน้าเปลี่ยน ต่อมาคือกล้ามเนื้อหัวใจ
ขยายใหญ่ขึ้น หลอดเลือดทั่วร่างกายตีบตันทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย หลอดเลือดไปเลี้ยงสมองและไตไม่พอ

วิธีการรักษา

1.ใช้ยาเพื่อลดฮอร์โมน ลดผลสืบเนื่องจากฮอร์โมน
2.ผ่าตัดเนื้องอกทิ้งไป หรือลดขนาด
3.การฉายแสงเพื่อทำลายเนื้องอกที่หลงเหลือ หรือเนื้องอกที่อยู่บริเวณที่ผ่าตัดไม่ได้

รู้ไว้ ไกลโรค

1.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ผักสมุนไพรบางชนิดเชื่อกันว่าลดความดันโลหิตสูงได้ เช่น ขึ้นฉ่าย กระเจี๊ยบ ใบบัวบก มะระขี้นก แม้ว่ายังไม่มีงานวิจัยทาง
การแพทย์รองรับ แต่รับประทานผักเหล่านี้ซึ่งเป็นอาหารอยู่แล้วเพื่อลดความดันโลหิตก็ไม่ได้มีข้อเสียแต่อย่างใด
2.เมื่อมีการเสี่ยง ควรไปตรวจพบแพทย์ผู้เชี่ยงชาญ เพราะลำพังการตรวจร่างกายประจำปี จะไม่มีการตรวจฮอร์โมนชนิดนี้ ต้องมีข้อบ่งชี้หลายๆอย่างที่ทำให้แพทย์
สงสัยถึงจะตรวจ
ทีมงาน SBOBET และ ทีมงาน แทงบอล ด้วยความปราณาดีครับ

โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

ลักษณะของโรค

โรคที่มีอาการเริ่มต้นจาก “หวัด” เกิดจากการที่ปอดได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง และเกิดการขัดข้องของลมหายใจ เช่น หัวใจ
ล้มเหลว
สาเหตุที่สำคัญเป็นเพราะอาการหวัดหน้าร้อน ซึ่งอาการหวัดหน้าร้อนนั้นเกิดขึ้นจากไวรัสชื่อว่า ไวรัสค็อกซัคกี้ ได้เข้าไปเกิดแพร่เชื้อที่ลำคอ และ
เกิดอาการติดเชื้อขึ้น โดยปกติไวรัสเหล่านี้จะถูกกำจัดโดยภูมิคุ้มกันของร่างกาย และจะหายดีภายใน 2-3 วัน แต่ในกรณีที่ไม่ได้พักผ่อน พักผ่อนน้อย ดื่มเหล้า
การใช้ชีวิตที่สุ่มเสี่ยง ฯลฯ ทำให้เป็นหวัดติดต่อกันในระยะเวลากว่าปกติ นั่นเป็นเพราะกำลังภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำลง เป็นเหตุของการทำลายความสมดุล
ของระบบประสาทในร่างกาย ส่งผลต่อการลดของกำลังภูมิคุ้มกัน และนี่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นหวัดหน้าร้อน เป็นสาเหตุที่ทำให้ไวรัสในลำคอแพร่กระ
จายไปตามหลอดเลือดและกระจายไปทั่วร่างกาย ในที่สุดเมื่อไวรัสแพร่กระจายเข้าสู่หัวใจจะไปทำลายกล้ามเนื้อของหัวใจทันที การที่คนไข้รู้สึกหอบ หายใจ
ไม่ทันนั้น เป็นสัญญาณเตือนสำคัญให้ทราบก่อนที่จะเกิดหัวใจล้มเหลวขึ้น แต่ถ้ายังละเลย จะทำให้ไวรัสทำลายกัดกินหัวใจมากขึ้นเรื่อยๆภูมิคุ้มกันในร่างกาย
จึงลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
โดยทั่วไปเมื่อเป็นหวัด 2-3 วัน ร่างกายก็จะดีขึ้น แต่ส่วนใหญ่ที่ยังไม่ดีขึ้นเพราะมีการติดเชื้อแบคทีเรียเพิ่มเติม โดยเฉพาะจากในหลอดลม ในทาง
เดินหายใจส่วนต้นในผู้สูงอายุจะมีการอักเสบของทางเดินหายใจส่วนปลาย
อย่างไรก็ตาม การเป็นหวัดต่อเนื่องไม่ใช่สาเหตุของกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเสมอไป เพราะคนที่เกิดโรคนี้มักจะเป็นเมื่อมีความผิดปกติทางพันธุกรรม
บางอย่างเมื่อเป็นหวัดแล้วไม่หายเป็นปกติจะมีการจู่โจมที่เซลล์ของหัวใจ ทำให้เซลล์หัวใจอักเสบ ชำรุดเสียหาย การทำงานของหัวใจบกพร่องลง ผู้ป่วยจะเริ่ม
มีอาการเหนื่อยหอบ เดินไม่ไหว ทำงานไม่ได้
โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบนี้จะเป็นมากในผู้ที่เป็นหวัดหน้าร้อน จำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ 50% เป็นโรคหัวใจวาย 40% รักษาหายเป็นปกติ และ 10%
ที่เหลือนั้นเสียชีวิต เพราะเกิดการผิดปกติของการเต้นของชีพจร จนทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ในที่สุด
แม้แต่กลุ่มที่ไม่น่าจะเป็น เช่น คุณหมอ นักศึกษาแพทย์ ทหารที่มีร่างกายแข็งแรง ก็มีโอกาสเป็นได้ เรื่องหวัดจึงไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่เราจะเพิกเฉยอีก
ต่อไป
วิธีการักษา
เมื่อเป็นหวัด 3-4 วัน แล้วไม่หายต้องสงสัยว่ามีแบคทีเรียซ้ำเติมทางเดินหายใจ หรือมีโรคที่นอกเหนือจากหวัดควรไปพบแพทย์ เพราะไวรัสคือจุลินทรีย์
ที่มีชีวิต เพิ่มจำนวนได้ แบ่งตัวได้ ต้องทำลายให้หมดในเวลาอันสั้น ถ้าไม่หมดต้องระวัง เพราะอาจเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งต้องพักให้หัวใจทำงาน
ให้น้อยที่สุด ถ้ามาโรงพยาบาล แพทย์จะให้นอนโรงพยาบาลเพื่อพักผ่อนให้หัวใจทำงานน้อยที่สุด หลังจากนั้นจึงรักษาตามอาการและโรคที่เกิดขึ้น
รู้ไว้ ไกลโรค
1.เมื่อเป็นหวัดหน้าร้อนเกินกว่า 1 สัปดาห์ ต้องสังเกตตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอและควรพบแพทย์
2.ควรปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศไม่ให้หนาวจนเกินไป สวมเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้
3.ควรออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ วิตามินซีเป็นอาหารอย่างหนึ่งในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่ไม่ใช่วิธีป้องกันหวัด
ได้อย่างจริงจัง
4.เมื่อเป็นโรคหัวใจแล้วมีอาการหอบ ต้องนั่งให้ศีรษะสูงเพื่อเปลี่ยนออกซิเจนได้
5.หวัดเกิดจาก 2 สาเหตุหลักร่วมกัน คือ ได้รับเชื้อหวัดมาจากผู้อื่น ร่วมกับ ภูมิต้านทานของโรคตนเองอ่อนลง